บ้านน้อยในฝัน

posted on 20 May 2009 18:17 by garry

และแล้วความฝันอีกอย่างในชีวิตก็เป็นจริงเสียที ไม่น่าเชื่อว่าเราก็ทำได้

.....บ้านหลังแรกที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง....

อาจไม่ค่อยสวยเด่นเด้งอะไร เพราะไม่ค่อยมีเวลาได้แต่งเสริมตอนออกแบบ คิดเอาไว้ว่าให้ดูเรียบๆหน่อย (กลัวงบที่มีจะไม่ลงตัวกับความฝันชิ้นนี้) ใครว่าสวยไม่สวยไม่สวยยังไงก็แล้วแต่ สำหรับผมบอกได้คำเดียวว่า เริดหรูแล้วล่ะ

อย่ามัวเสียเวลา มีภาพมาให้ชม

เลดี้ แอนด์ เจนเทิ่ลแมน ดิส อีส มายด์ ดรีม...แต่น แตน แต๊น...

(ขอเกริ่นสักเล็กน้อย พอเป็นพิธี) กาลครั้ง เมื่อสองปีที่แล้ว เศรษฐกิจยังพอโอเคอยู่บ้าง มนุษย์เงินน้อยหมื่นกว่าๆ ตั้งใจแล้วว่าจะเก็บเงินปลูกบ้านให้คุณหม่อมแม่ กับพี่หญิงใหญ่ได้อยู่อย่างสุขสบายสำราญใจ (ออกแนวลิเกจัง พอดีกว่า)

พอเก็บเงินได้นิดหน่อย แผนการล่าฝันก็ได้ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดในจานเพาะเชื้อรา ต้นเดือน ธ.ค ปีห้าหนึ่ง จึงจัดหาช่าง ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย วันที่สอง ม.ก ปีถัดมา จึงทุบบ้านเก่าออกเสียครึ่งหนึ่ง อึกครึ่งให้หม่อมแม่ได้อยู่อาศัยไปพลางๆกับน้องหมาพันธุ์(พุดเดิ้ลกับชิสุ รวมแล้วเรียกว่าอะไรไม่รู้) อีกห้าตัว

และตามภูมิปาโลฤกษ์ ซึ่งอาศัยเซิร์ฟเอาจากกูเกิ้ล ได้มาจากเว็บหมอดูสักอย่างจำไม่ได้แล้ว พบว่าวันที่แปด เดือน ม.ก ปีห้าสอง เหมาะแก่การปลูกบ้าน ทำงานมงคล จึงเลือกวันดังกล่าว ลงเสาเอก ณ บัดนั้น

ช่วงทุบบ้าน ลงเสาเอก วางผัง ลงตอม่อ วางโครง จนสำเร็จเป็นพื้นปูนพร้อมเสา เจ้าของความฝันอย่างผม ไม่ได้เหยียบกรายลงไปเลย เพราะต้องทำงาน ปั่นเงินสุดชีวิต ปล่อยให้หม่อมแม่จิตตกคุมทุกอย่างด้วยตนเอง พร้อมกับรายงานให้ผมทราบ (ลืมบอกไปบ้านหลังนี้อยู่ ตจว.ครับ ห่างจาก กทม. ประมาณ แปดร้อยหกสิบกว่าโล.และผมไม่มีรถส่วนตัวครับ) ช่วงนั้นสงสารหม่อมแม่มาก ท่านจะกังวลสารพัดสิ่ง ด้วยเพราะใจท่านมีปมเล็กๆอยู่ว่า จบแค่ป.สี่ พูดอะไรกับช่างก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่จริงๆแล้วหม่อมแม่คิดมากไปเอง ช่างไม่ได้พูดภาษาเขมรผสมฝรั่งเศษและปะกิด เพราะงั้นไม่ต้องกลัวช่าง

จนเมื่อลางานได้กลับไปหาหม่อมแม่ ผมจึงได้ภาพที่เป็นดั่งน้ำทิพย์ชะโลมใจ ให้หายเหนื่อยจากงาน นั่นคือ

ความฝันที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ โอ้วววว ตื้นตันใจที่สุด (เวอร์ไปหน่อย ขออภัยครับ) ภาพด้านบนนี้มองฝั่งซ้ายของตัวบ้าน ผมถ่ายจากมือถือเลยได้ภาพไม่กว้างนัก ภ่ายกว้างมากเดี๋ยวภาพจะไม่ชัด กลัวเก็บภาพแห่งความทรงจำได้เลือนๆ แฮ่ๆๆ

รูปนี้มองอีกด้านครับ เอาสองรูปมาต่อกันในจินตนาการพลางๆนะครับ

ถัดมาอีกวัน ช่างก็เตรียมโครงสำหรับจะวางคานชั้นสองแล้วครับ ทำงานไวแบบนี้รักช่างที่สุด แดดร้อนแค่ไหนก็รีบทำให้ ไม่อู้

แล้วผมก็ต้องกลับ กทม.อีก ทำงานหาเงินต่อไป (สู้ๆ...นึกถึงฮันจีอุน นางเอกหนังเกาหลี เรื่องฟูลเฮ้าส์ ผมขอบเธอมากนะ เป็นผู้หญิงที่สู้ชีวิตได้น่ารักทีเดียว)

ไม่นาน ผมก็ลางานได้ กลับมาเห็นความฝันของตนเองอีก พัฒนาได้เยอะขึ้น ดีใจครับ...

เอาล่ะครับ คานชั้นสองเป็นรูปร่างแล้ว แถมมีแผ่นไม้มาแปะเพิ่มแล้ว ส่วนนั้นจะเป็นระเบียงนั่งมองรถหน้าบ้านกันล่ะครับ ไม่อยากจะบอกว่าไม้ค้ำยันไม่ค่อยจะพอ ช่างก็ใจดี (ไม่มีให้ยืมหรอก) ช่วยประคบประหงมไม้ให้สุดฤทธิ์ จะได้ใช้ได้นานๆ ไม้ที่เห็นส่วนใหญ่ซื้อมาเพื่อทำโครงฝ้าด้านนอก แต่เอาน่า ไหนๆไม้ค้ำยันก็ไม่พอ เลยเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยช่างจะดูแลอย่างดี

มุมนี้เผยให้เห็นห้องน้ำชั้นล่างบ้างแล้ว มีท่อน้ำโผล่ออกมา พร้อมกับมีพลาสติกปิดไว้ด้วยกันอะไรหล่นลงไป เดี๋ยวท่อจะตันก่อนได้ใช้งานจริง ในภาพมีนางแบบกิตติมศักดิ์ สองท่านด้วย นั่นคือ คุณหม่อมแม่ในชุดไปรเวทสบายตัว กับพี่หญิงใหญ่ เมื่อเห็นขนาดคนทั้งคู่แล้วไม่แปลกใจเลยที่สถาปนิก คำนวนให้เหล็กที่ใช้ เป็นขนาดเดียวกับที่ใช้สร้างตึกเจ็ดชั้น ฮิๆๆ (ขอนิดนึงนะแม่)

ปิดท้ายเย็นวันนั้นด้วยภาพน่ารักๆของหม่อมแม่กับพี่หญิงใหญ่ และ...ความฝันของผม

ผมจำต้องเดินทางกลับกทม.เมื่องอันแสนวุ่นวายอีกครั้ง เพื่อทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตหาเงินต่อไป ส่วนที่ ตจว. ก็ปล่อยหม่อมแม่ดูแลต่อไป ซึ่งนับวันท่านก็คุ้นชินกับช่างมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นซื้อข้าวซื้อขนมแจกคนงานทุกวัน (เป็นสินน้ำใจ เพราะมีคนงานแม่ได้ไม่เหงา มีเพื่อนคุยโขม้งได้ทุกวัน) หนักเข้าก็แซวหัวหน้าช่าง เรียกเขาว่า "ดินสอ" เหตุเพราะลูกน้องคนสนิทของหัวหน้าช่างชื่อ"สมุทร" มันพ้องกับคำว่าสมุด แม่เลยเรียกหัวหน้าช่างว่า ดินสอ....และเรียกคู่หูคนงานสองคนที่มาเจอกันเมื่อไหร่ เสียงดังไปแปดบ้านสิบบ้าน เพราะคุยเหมือนทะเลาะกัน ว่าคู่ผัวคู่เมีย เหอๆๆ พวกเขาก็ไม่โกรธแม่นะ รู้กันว่าแซวเล่นๆ ส่วนพี่หญิงใหญ่ บอกแม่ว่าการเรียกช่าง ว่าช่างเฉยๆ และเรียกคนงานว่าคนงานเฉยๆ มันไม่สุภาพ ไม่ดี...ต้องเรียกช่างว่า คุณหัวหน้าช่าง และเรียกคนงานว่า ทีมงาน หรือ คุณคนงาน เล่นเอาคนทำงานสานฝันให้ผม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คงไม่เคยเจอเจ้าของบ้านไหนเพี้ยนได้ใจเท่าที่นี่แล้วล่ะครับ

ผ่านมาอีกหนึ่งเดือน ผมมีโอกาสได้ลางานอีกรอบ กลับไปดื่มด่ำกับความฝันของตัวเองต่อ ภาพที่เห็นก็เป็นดังนี้ล่ะครับ

มีคนมาคุยด้วย หม่อมแม่เลยเม้าส์ใหญ่ครับ เอาเป็นว่าดูความฝันของผมล่ะกัน เป็นรูปเป็นร่างได้อย่างน่าปลื้มใจ (หัวหน้าช่าง...ผมรักคุณว่ะ) สภาพตอนนี้อาจดูเหมือนโรงลิเกหน่อยๆ เหอๆๆ อะไรๆยังไม่เรียบร้อยดี เอาเป็นว่าบ้านหลังนี้ มีสองชั้น สามห้องนอน สองห้องน้ำ ไม่มีห้องครัว เพราะตั้งใจจะใช้บ้านเก่าที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเป็นครัวชั่วคราว แล้วค่อยคิดแผนการต่อเติมให้สวยเช้งในโอกาสถัดไปครับ

ฮะ แฮ่ม...จะรอช้าอยู่ใย ไปทัวร์กันข้างในสักเล็กน้อยดีไหมครับ

เดินเข้ามาฝั่งซ้าย ก็เป็นฉะนี้แล ที่เห็นผนังกั้นด้านในนั้น มันคือห้องน้ำ(คงยังจำภาพด้านบนได้นะครับ ท่อน้ำ...)

และเมื่อหันไปทางขวาก็จะเห็นดังรูปด้านล่างครับ

หน้าต่างเยอะครับบ้านนี้ ตั้งใจจะช่วยลดโลกร้อน (จริงๆประหยัดค่าแอร์ครับ)

ตรงนี้จะเป็นห้องน้ำล่างครับ ประตูมารออยู่แล้ว ใช้เป็นประตูแบบแก้วขุ่นมีลายปลาด้วย อันนี้คุณหม่อมแม่ชอบ บอกว่าแปลกดี บ้านแถวนี้ยังไม่มี (แต่ผมเสียวครับ กลัวจะทำกิจไม่ถนัด แต่ลองเทสแล้วผ่านครับ)

ห้องน้ำล่างอยู่ในบันไดครับ หมวกงามใบนั้นเป็นของคุณ"ดินสอ"เขาล่ะครับ สงสัยจะรีบไปกินข้าวเที่ยง ลืมได้แม้กระทั้งหมวดคู่บารมี

ขึ้นบันไปกันเถอะครับ คุณ"ดินสอ" กับทีมงานทำกันตั้งวันสองวันกว่าจะได้แข็งแรงแบบนี้ เหยียบย่ำทดสอบให้แกชื่นใจหน่อยครับ ฮิๆๆ

ขึ้นมาแล้วก็ต้องหันกลับไปมองระดับความสูงกันหน่อย ฮืม....ไม่มีอะไรกั้น ยืนแบบนี้ผมชักเสียวแฮะ

มองสูงจากเบื้องล่างขึ้นมาหน่อย เจอกับช่องแสงตรงบันได ใช้เป็นอิฐแก้วครับ ไม่อยากใช้กระจก เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ที่สำคัญไม่อยากจะติดเหล็กดัดตรงนี้ เพราะจะทำให้เปลืองและกลัวจะทำความสะอาดกระจกยากเพราะมันสูงจากพื้นมาก

ส่วนที่อยู่ติดบันไดนี้จะเป็นห้องน้ำชั้นบนในอนาคตครับ ตอนนี้มีแค่ท่อ พนังก็ยังไม่ได้ก่ออะไรเลยครับ

 

รูปนี้ถ่ายจากห้องนอนใหญ่ ซึ่งประตูห้องจะตรงกับบันไดพอดี (ใครทราบเรื่องฮ้วงจุ้ยดี บอกผมทีว่ามีปัญหาอะไรไหมเอ่ย จะได้รีบแก้ครับ)

รอยต่อระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็กหนึ่งครับ

นี่เป็นห้องนอนเล็กหนึ่งครับ

อีกมุมของห้องนอนเล็กหนึ่ง มองออกไปเห็นวิวเป็นสวนของบ้านข้างเคียงครับ เขียวสบายตา และที่สำคัญคือ...

มองออกไปจากหน้าต่างห้องนี้แล้วจะเห็นแนวเขาหลวงด้วยครับ นี่คือออฟชั่นพิเศษที่โครงการบ้านใน กทม.ทุกโครงการไม่มีแน่นอนครับ(ความฝันที่ผมกำลังสร้างอยู่นี้ อยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ แหล่งท่องเที่ยวพวกน้ำตกเยอะมากครับ อากาศดีทีเดียว) ตรงข้ามกันจะเห็นร้านขายวัสดุก่อสร้าง ที่ซึ่งผมนำวัตถุดิบหลายอย่างมาสร้างฝันครั้งนี้ครับ

ภาพนี้ถ่ายจากว่าที่ระเบียงครับ เดี๋ยวต่อไปเมื่อบ้านเสร็จ เจ้าต้นมะพร้าวน้ำหอมของหม่อมแม่ ก็ต้องตัดทิ้ง นำยอดอ่อนไปทำอาหาร คุณดินสอ จองไว้แล้วครับ เหตุที่ต้องตัดเพราะ ชั้นล่างจะเปิดเป็นร้านขายของชำเล็กๆ เอาไว้แข่งกับซุปเปอร์ข้ามชาติ ฮิๆๆ(เหมือนหนอนผักริจะแข่งกับช้างแมมมอส...เขาสะบัดขี้เล็บใส่นิดเดียวก็แบนตายแล้ว ฮ่าๆๆ แต่ก็จะแข่ง)

จากภาพด้านบน ตอนนี้เราเข้ามาอยู่ห้องนอนเล็กสองเรียบร้อยแล้ว มองออกไปจากประตูเห็นทะลุไปยังห้องนอนใหญ่และระเบียงหน้า เอาล่ะหันกลับมาดูในห้องนี้กันดีกว่า

นางแบบกิตติมศักดิ์นำทัวร์ครับ...หาภาพห้องนี้ได้แค่นี้ ไว้ค่อยหามาเพิ่มครับ

ได้เวลาที่ผมต้องกลับไป กทม.อีกแล้วซิ ปิดท้ายการเดินทางมาหาฝันของผมรอบที่สองด้วยภาพนี้ครับ

หกโมงเช้าพระอาทิตย์ยังขึ้นไม่เต็มที่ มองไปยังถนนหน้าบ้าน รถโล่งดีแท้ ช่างต่างกับ กทม.ฟ้ากับเหว ทั้งที่ถนนสายนี้เป็นถนนหลวง เป็นทางลัดไปออกจังหวัดใต้กว่าได้ เห็นถังขยะนั่นไหมครับ ผมต้องขอตรบมือให้กับ อบต.ที่นี่จริงๆ เขาทำโครงการถังขยะหน้าบ้านให้ชาวบ้านได้ใช้กัน ถึงจะไม่ฟรี มีค่าบริการรายเดือนเดือนละ ยี่สิบ บาท แต่ทุกวันมีรถมาเอาขยะไปทิ้งให้ถูกที่ ทำให้ตำบลดูสะอาดขึ้นเยอะ จากเมื่อก่อนที่ชาวบ้านนิยมเอาขยะมาทิ้งริมถนน พอขยะกองโตขึ้นก็จะเผาให้เป็นมลพิษ ตอนนี้มองไปไกลสุดตา ถนนสวยสะอาด นี้ถ้ามีโครงการปลูกต้นไม้ดอกเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงจะแจ่ม แต่เอาเถอะ แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า อบต.ที่รู้จักพัฒนาบ้านเมืองก็มีอยู่จริง แถมยังช่วยปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านรักความสะอาด ตอนนี้ไม่มีใครทิ้งขยะเพ่นพ่านข้างถนนแล้วนะครับ

ผ่านมาอีกเดือนกว่าๆ ผมได้กลับไปยังความฝันที่เป็นจริงอีกครั้ง หลังจากการขอลาพักร้อนติดวันหยุดได้ผล (เมเนเจอร์...ผมรักคุณว่ะ)

แล้วผมก็ต้องตะลึง

คุณดินสอเขาทำให้ผม ตะลึง!!!! อีกสักรูป

โอ้วแม่เจ้า ลูกเจ้า พ่อเจ้า เทพเจ้า....คุณดินสอ ผมรักคุณว่ะ

มันอาจไม่ใช่บ้านที่สวยหรูมากนัก แต่สำหรับผม มันเริดที่สุด งดงาม มีจิตวิญญาณ มีมโนภาพอันบรรเจิดสุดๆ ...เวอร์ไปนิดครับ แต่สำหรับคนที่ไม่มีทุนในชีวิต ต้องสร้างทุกอย่างจากเลขศูนย์ ผมไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก ผมรักหม่อมแม่ครับ (ซึ่งไปรึเปล่า ปรับเข้าสู่โหมดปรกติ ก่อนจะเพี้ยนไปมากกว่านี้)

ตอนนี้เดินไฟในบ้านเสร็จแล้ว แต่อาจต้องเปลี่ยนหม้อไฟใหม่ เพราะต้องให้แอมอะไรสักอย่างมันมากกว่าของเดิม เดี๋ยวไฟไม่พอใช้ เพราะบ้านใหม่ใหญ่กว่าบ้านเดิมเยอะมาก

พูดถึงไฟ ก็ต้องนินทาช่างทำไฟกันหน่อยครับ แกเป็นคนอายุประมาณห้าสิบแล้วครับ (อันนี้ฟังหม่อมแม่เล่าอีกที ไม่ได้เห็นแกตัวเป็นๆหรอกครับ) แกชอบทำงานคนเดียวเงียบๆ คุณดินสอจ้างแกมา แกชอบฟังเพลงลูกกรุงเก่าๆ ฮัมเพลงคนเดียวระหว่างทำงาน แต่แกอารมณ์ดี และใจดี เห็นได้จากตอนที่ต้องเจ้าโคมไฟมาติดที่บันได เวลาประมาณหกโมงเย็นเห็นจะได้ พี่หญิงใหญ่อยากเห็นมันห้อยต่องแต่งไวๆ เลยโทร.เรียกแกมาติดให้รู้แล้วรูรอด ไอ้เราก็คิด ใครจะบ้ามาทำว่ะ ถ้าแกมาจะนับถือแกมากๆ แต่พอโทร.ไป แกมาจริงๆ แต่ตอนที่คุยโทรศัพท์ แกบอกว่าไม่รู้ไม่แน่ใจ แต่แกมาจริงๆ แล้วก็มายังอารมณ์ดี ตามสไตล์ของแก สิบนาทีได้มั้ง ก็ได้เป็นดังรูปข้างล่าง

เป็นโคมไฟที่ไม่ได้เป็นคริสตัลหรูเลิศอะลังการ ราคาแค่สองพันกว่าบาท แต่สำหรับผมมันสวยไร้ที่ติ ตจว.มีไฟแบบนี้ได้ ก็โอแล้วล่ะนะ(ผมว่า) เปิดดูหน่อยดีกว่า

โอเคเลยล่ะ ฮิๆๆ ไม่รู้ว่างานนี้พี่หญิงใหญ่มีการตบรางวัลเป็นจูจุ๊บฟอดใหญ่ให้ช่างอะป่าว แต่ที่แน่ๆช่างเขาแพ้คนพูดเพราะๆครับ

ว่าแล้วก็มาดูบรรยากาศของบ้านที่คืบหน้าไปแล้ว

ชั้นล่างอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไปมาก มีการฉาบ ทาสีรองพื้น กับเริ่มทะยอยติดหน้าต่าง

ตรงระเบียงชั้นล่าง(เรียกอะไรไม่รู้เหมือนกัน ผมเรียกส่วนนี้ว่าระเบียง) ติดฝ้าแล้ว ไฟส่วนใหญ่ใช้แบบดาวไลท์ ยกเว้นชั้นล่างด้านใน ใช้เป็นฟลูออเรสเซนต์ธรรมดาครับ แต่รับรองได้ว่า ทุกหลอดในบ้านนี้ ใช้แบบประหยัดแน่นอน ช่วยลดโลกร้อน

 

ไปดูชั้นบนกันดีกว่า เริ่มทาสีจริงชั้นแรกแล้ว

ห้องนอนใหญ่ครับผม

ห้องนอนเล็กหนึ่งครับ ส่วนห้องนอนเล็กสอง หารูปไม่เจอ ไว้โอกาสหน้าจะถ่ายมาชมกันครับ

ตบท้ายความฝันที่ยังคงดำเนินต่อไป และกำลังจะสมบูรณ์ในเร็ววันนี้ ด้วยภาพที่ผมชอบมากๆ

ผมถ่ายรูปไม่เก่ง ภาพอาจไม่สวย แต่ธรรมชาติไม่ว่าจะมองยังไงก็สวยจริงไหมครับ ถ่ายตอนใกล้หกโมงเช้า พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นจากแนวเขาหลวงครับ ที่ตื่นเข้าไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะวันนี้หม่อมแม่ไปตรวจสุขภาพประจำเดือนที่ รพ. และผมก็ต้องลุกขึ้นมาช่วยหม่อมแม่ต้อนน้องหมาสุดรักของท่านทั้งห้าตัว ออกไปวิ่งลันล้าในสวนมังคุด เพื่อให้มันได้ปลดทุกข์

เมื่อความฝันของผมสมบูรณ์แล้วจะเอารูปมาให้ดูกันอีก และขอเป็นกำลังใจให้คนที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ขอให้สมหวังเร็ววันนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ